งานเชื่อมโลหะ มีกี่ประเภท? เจาะลึก MIG, TIG, Arc และการเลือกใช้ให้เหมาะกับงาน

26/08/2026
Share :
26/Aug/2026 12:00 AM

งานเชื่อมโลหะ มีกี่ประเภท? เจาะลึก MIG, TIG, Arc และการเลือกใช้ให้เหมาะกับงาน

งานเชื่อมโลหะ มีกี่ประเภท

งานเชื่อมโลหะเป็นขั้นตอนสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรง ความเรียบร้อย และอายุการใช้งานของชิ้นงาน โดยวิธีที่นิยมในอุตสาหกรรม ได้แก่ เชื่อม MIG TIG และ Arc ซึ่งแต่ละวิธีมีหลักการ ข้อดี และความเหมาะสมกับวัสดุและลักษณะงานที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีเชื่อมที่ถูกต้องถือเป็นหัวใจของงานแปรรูปโลหะที่แข็งแรงและได้มาตรฐาน บทความนี้ Surasak Engineering จะพาไปดูว่างานเชื่อมโลหะ มีกี่ประเภท พร้อมแนวทางเลือกวิธีเชื่อมให้เหมาะกับชนิดโลหะ ความหนา ลักษณะงาน และมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้ชิ้นงานแข็งแรงและได้คุณภาพ

งานเชื่อมโลหะอุตสาหกรรม มีกี่ประเภท

งานเชื่อมโลหะคืออะไร สำคัญกับงานแปรรูปโลหะอย่างไร?

การเชื่อมโลหะ คือ การทำให้ชิ้นงานตั้งแต่สองชิ้นยึดติดกันด้วยความร้อน แรงกด หรือทั้งสองอย่าง คุณภาพรอยเชื่อมส่งผลต่อความแข็งแรง การรับแรงดัน การรั่วซึม และอายุใช้งาน จึงต้องควบคุมตั้งแต่การเตรียมรอยต่อ ลวดเชื่อม กระแสไฟ ก๊าซคลุม ความเร็วในการเชื่อม ไปจนถึงการตรวจสอบหลังเชื่อม เพื่อให้ได้ชิ้นงานออกมาตามแบบเฉพาะตัวที่ลูกค้าต้องการ (Customized Fabrication)

ประเภทงานเชื่อมโลหะที่นิยมในอุตสาหกรรม มีอะไรบ้าง?

งานเชื่อมแบ่งได้หลายแบบตามแหล่งความร้อนและชนิดขั้วเชื่อม เช่น การเชื่อมด้วยลวดต่อเนื่อง การเชื่อมทังสเตน การเชื่อมด้วยลวดธูป การเชื่อมใต้ฟลักซ์ และการเชื่อมด้วยความต้านทาน

ในงาน Metal Fabrication มักใช้ MIG/MAG สำหรับงานที่ต้องการความเร็ว TIG สำหรับงานละเอียด และ SMAW สำหรับงานโครงสร้างหรือซ่อมบำรุงหน้างาน

เจาะลึกวิธีเชื่อมหลัก 3 แบบ วิธีการทำเป็นอย่างไร?

การเชื่อม MIG/MAG (GMAW)

MIG/MAG ใช้ลวดเชื่อมป้อนต่อเนื่องเป็นทั้งขั้วไฟฟ้าและเนื้อโลหะเติม พร้อมก๊าซคลุมป้องกันบ่อหลอมจากอากาศภายนอก โดย MIG ใช้ก๊าซเฉื่อย ส่วน MAG มักใช้ CO₂ หรือก๊าซผสม

ข้อดีคือเชื่อมได้เร็ว แนวเชื่อมต่อเนื่องไม่ขาดช่วง และเหมาะกับงานปริมาณมาก เช่น งานโครงสร้างและชิ้นส่วนเครื่องจักร แต่ต้องระวังไม่ให้ลมรบกวนก๊าซคลุมขณะเชื่อม และต้องตั้งค่าความเร็วลวดให้เหมาะกับความหนาของชิ้นงาน

การเชื่อม TIG (GTAW)

TIG ใช้แท่งทังสเตนที่ไม่หลอมละลายเป็นตัวสร้างอาร์ก และใช้ลวดเติมแยกต่างหากเมื่อจำเป็น จึงควบคุมความร้อนและบ่อหลอมได้ละเอียดกว่าวิธีอื่น ให้แนวเชื่อมสะอาดและเกิดสะเก็ดน้อย

เหมาะกับงานสแตนเลส อะลูมิเนียม งานท่อ และแผ่นโลหะบาง แต่เชื่อมได้ช้ากว่า MIG และต้องอาศัยฝีมือของช่างเชื่อมสูงกว่า

การเชื่อมอาร์ก/ธูป (SMAW/MMA)

SMAW ใช้ลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ เมื่อเชื่อมจะเกิดก๊าซและตะกรัน (Slag) ปกคลุมปกป้องแนวเชื่อม อุปกรณ์เคลื่อนย้ายง่ายและไม่ต้องพึ่งถังก๊าซ จึงเหมาะกับงานโครงสร้าง งานซ่อมบำรุง และพื้นที่หน้างานทั่วไป

ข้อจำกัดคือเชื่อมได้ต่อเนื่องในระยะจำกัดตามความยาวของลวดเชื่อมแต่ละแท่ง ต้องเปลี่ยนลวดและเคาะตะกรันออกหลังเชื่อมทุกครั้ง จึงผลิตได้ช้ากว่าระบบป้อนลวดต่อเนื่องอย่าง MIG/MAG

วิธีเชื่อมอื่น ๆ ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรม มีอะไรอีกบ้าง?

  • Gas Welding (เชื่อมแก๊ส) ใช้เปลวไฟจากก๊าซเป็นแหล่งความร้อน เหมาะกับงานซ่อม งานโลหะบาง และงานที่ไม่ต้องการอุปกรณ์ซับซ้อน แต่ความร้อนกระจายกว้างและควบคุมแนวเชื่อมได้ยากกว่าวิธีอาร์ก
  • FCAW (ฟลักซ์คอร์) ใช้ลวดเชื่อมแบบกลวงที่บรรจุฟลักซ์ภายใน ให้ปริมาณเนื้อเชื่อมสูง เหมาะกับงานโครงสร้าง งานเหล็กหนา และงานที่ต้องการความเร็วในการผลิต
  • SAW (ใต้ฟลักซ์) เชื่อมโดยให้อาร์กอยู่ใต้ชั้นฟลักซ์ เหมาะกับแนวเชื่อมยาว งานชิ้นใหญ่ และระบบอัตโนมัติ ให้แนวเชื่อมสม่ำเสมอและมีอัตราการเติมเนื้อเชื่อมสูง
  • Spot (เชื่อมจุด) ใช้ความต้านทานไฟฟ้าสร้างความร้อนเฉพาะจุดเพื่อเชื่อมแผ่นโลหะเข้าด้วยกัน นิยมในงานตู้ ตัวถังรถยนต์ และงานผลิตจำนวนมาก


ความแตกต่างของการเชื่อมแบบ MIG vs TIG vs Arc เป็นอย่างไร?

ประเด็น

MIG/MAG

TIG

Arc/SMAW

ความเร็ว

สูง

ต่ำถึงปานกลาง

ปานกลาง

ความละเอียด

ดี

สูงมาก

ขึ้นกับฝีมือช่าง

งานทำความสะอาด

น้อย

น้อย

ต้องเคาะ Slag

งานที่เหมาะ

งานผลิตจำนวนมาก

งานบางและงานละเอียด

งานโครงสร้างและหน้างาน

ความคล่องตัว

ต้องใช้ก๊าซคลุม

ต้องควบคุมสภาพแวดล้อม

สูง


ประเภทงานเชื่อม มีอะไรบ้าง

เลือกวิธีเชื่อมให้เหมาะกับงาน ต้องทำอย่างไร?

ตามชนิดวัสดุ (เหล็ก/สแตนเลส/อะลูมิเนียม)

เหล็กคาร์บอนใช้ได้ทั้ง MIG/MAG, SMAW และ FCAW ส่วนสแตนเลสนิยม TIG เมื่อต้องการแนวเชื่อมสะอาด หรือใช้ MIG ในงานปริมาณมาก อะลูมิเนียมใช้ TIG หรือ MIG พร้อมลวดและก๊าซที่เหมาะกับวัสดุ เช่น SUS304 vs SUS316

ตามลักษณะงาน (โครงสร้าง/ท่อ/งานบาง)

งานโครงสร้างมักใช้ MIG/MAG, FCAW หรือ SMAW งานท่ออาจใช้ TIG สำหรับแนวเชื่อมชั้นแรกเพื่อควบคุมการหลอม ส่วนงานแผ่นบางควรเลือกวิธีที่ควบคุมความร้อนได้ดี เพื่อลดการทะลุและบิดตัว

ตามงบและปริมาณงาน

ต้นทุนควรรวมเวลาเชื่อม ลวด ก๊าซ ค่าแรง และงานแต่งผิว MIG เหมาะกับงานจำนวนมากเพราะผลิตได้เร็ว ส่วน TIG ใช้เวลามากกว่า แต่ช่วยลดงานเจียรในชิ้นงานที่ต้องการความประณีต

มาตรฐานงานเชื่อมและคุณภาพรอยเชื่อม (ASME/AWS / Welder Certification)

งานเชื่อมอุตสาหกรรมควรดำเนินการตาม Welding Procedure Specification (WPS) โดยมี Procedure Qualification Record (PQR) ยืนยันกระบวนการ และใช้ช่างเชื่อมที่ผ่าน Welder Certification พร้อมมี Welder Performance Qualification (WPQ) ตรงกับประเภทและขอบเขตงาน

มาตรฐานที่ใช้ขึ้นอยู่กับชิ้นงาน เช่น ASME Section IX สำหรับการรับรองกระบวนการและช่างเชื่อม และ AWS D1.1 สำหรับงานโครงสร้างเหล็ก (Steel Structure) พร้อมตรวจคุณภาพรอยเชื่อมด้วย Visual Inspection หรือ NDT ก่อนนำไปใช้งานจริง

สรุป งานเชื่อม-แปรรูปโลหะมาตรฐานกับ Surasak Engineering

การเลือกวิธีเชื่อม เช่น MIG/MAG, TIG หรือ Arc/MMA ให้เหมาะกับวัสดุ ความหนา และลักษณะงานเชื่อมโลหะ คือหัวใจสำคัญของงานแปรรูปโลหะที่ต้องการทั้งความแข็งแรง ความเรียบร้อย และคุณภาพตามมาตรฐาน เพราะแต่ละวิธีมีข้อดี ข้อจำกัด และความเหมาะสมกับชิ้นงานแตกต่างกัน นอกจากนี้ ประเภทงานเชื่อมที่เลือกใช้ยังต้องสอดคล้องกับมาตรฐาน ASME/AWS รวมถึงดำเนินงานโดยช่างเชื่อมที่มีคุณสมบัติและใบรับรองตรงตามขอบเขตงาน

Surasak Engineering รับงานเชื่อมและแปรรูปโลหะครบวงจร รองรับทั้งเหล็ก สแตนเลส และอะลูมิเนียม โดยช่างเชื่อม Certified พร้อมควบคุมคุณภาพภายใต้ระบบ ISO 9001:2015 และประสบการณ์ด้านงานอุตสาหกรรมกว่า 50 ปี เพื่อให้ทุกชิ้นงานได้มาตรฐาน เหมาะกับการใช้งานจริง และตอบโจทย์ข้อกำหนดของแต่ละโครงการได้อย่างครบถ้วน ติดต่อ / ขอใบเสนอราคาได้เลยวันนี้

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับงานเชื่อมโลหะ (FAQ)

งานเชื่อมโลหะ มีกี่ประเภท?

MIG/MAG, TIG และ Arc/MMA เป็น 3 วิธีที่พบบ่อยที่สุด นอกจากนี้ยังมีวิธีเฉพาะทางอื่น ๆ เช่น Gas Welding, FCAW, SAW และ Spot/Resistance Welding ซึ่งแต่ละวิธีเหมาะกับวัสดุ ความหนา และลักษณะงานที่แตกต่างกัน

MIG กับ TIG ต่างกันอย่างไร?

ต่างกันที่ความเร็วและความละเอียดของงาน MIG ใช้ลวดเชื่อมป้อนต่อเนื่อง เชื่อมได้เร็ว เหมาะกับงานปริมาณมากอย่างงานโครงสร้าง ส่วน TIG ควบคุมความร้อนและบ่อหลอมได้ละเอียดกว่า จึงเหมาะกับงานสแตนเลส อะลูมิเนียม และชิ้นงานแผ่นบางที่ต้องการความสวยงามของแนวเชื่อม

เชื่อมสแตนเลสควรใช้วิธีไหน?

การเชื่อมสแตนเลสนิยมใช้วิธี TIG เป็นหลัก เพราะให้แนวเชื่อมที่เนียน สะอาด และควบคุมความร้อนได้แม่นยำ ลดความเสี่ยงที่จะทำให้เนื้อสแตนเลสเปลี่ยนสีหรือเสียคุณสมบัติป้องกันสนิม

การเชื่อมแบบไหนเหมาะกับงานโครงสร้างเหล็ก?

งานโครงสร้างเหล็กมักใช้วิธี MIG/MAG หรือ Arc/SMAW เป็นหลัก เนื่องจากทั้งสองวิธีเชื่อมได้รวดเร็วและรองรับความหนาของเหล็กโครงสร้างได้ดี ทั้งนี้การเลือกใช้วิธีใดยังขึ้นอยู่กับความหนาของชิ้นงาน ลักษณะหน้างาน และความสะดวกในการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์

จะรู้ได้ยังไงว่ารอยเชื่อมมีคุณภาพ?

ทำได้ด้วยวิธี NDT ทดสอบรอยเชื่อม เช่น PT, MT, RT หรือ UT เพื่อตรวจหารอยแตกหรือข้อบกพร่องภายในแนวเชื่อมโดยไม่ทำลายชิ้นงาน ควบคู่กับการใช้ช่างเชื่อมที่มีใบรับรองมาตรฐาน เพื่อความมั่นใจว่ากระบวนการเชื่อมเป็นไปตามข้อกำหนด

ช่างเชื่อมต้องมีใบรับรองไหม?

ช่างเชื่อมที่ทำงานในระบบมาตรฐานควรมีใบรับรองอย่าง WPS, PQR และ WPQ ตามข้อกำหนดของมาตรฐาน ASME/AWS เพื่อยืนยันว่าทั้งกระบวนการเชื่อมและตัวช่างเชื่อมผ่านการทดสอบและมีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของโครงสร้าง ทั้งนี้ ช่างเชื่อมทุกคนของ Surasak Engineering ผ่านการรับรอง (Certified) ตามมาตรฐาน WPS

1 จำนวนเข้าชม

© 2024 Company All Rights Reserved. | Terms & Conditions | Privacy Policy | Other Policies