ค่า K-Factor และ Springback คืออะไร? รู้วิธีคำนวณก่อนสั่งพับเหล็ก

29/06/2026
Share :
29/Jun/2026 12:00 PM

ค่า K-Factor และ Springback คืออะไร? รู้วิธีคำนวณก่อนสั่งพับเหล็ก

K-Factor ในงานพับเหล็กคืออะไร

ในงานพับเหล็ก ความคลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่มิลลิเมตรอาจทำให้ชิ้นงานประกอบไม่ได้ หรือพับออกมาไม่ตรงตามแบบ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง เช่น งานโครงสร้าง งานตู้โลหะ หรือชิ้นส่วนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ปัญหาที่พบบ่อยมักเกิดจากการคำนวณระยะคลี่แผ่นโลหะผิด หรือเผื่อค่า Springback ของวัสดุไม่เหมาะสม จนทำให้ขนาดและองศาหลังพับคลาดเคลื่อนจากแบบ Drawing

บทความนี้ Surasak Engineering จะพาไปทำความเข้าใจว่า K-factor และ Springback คืออะไร และทั้งสองค่านี้เกี่ยวข้องกับการคำนวณงานพับเหล็กอย่างไร พร้อมแนะนำวิธีลดความคลาดเคลื่อนของชิ้นงานก่อนสั่งผลิตจริง

อาการ Springback ในงานพับเหล็ก

K-Factor คืออะไร? หัวใจสำคัญของการคำนวณระยะพับแผ่นโลหะ

K-Factor คืออัตราส่วนระหว่างตำแหน่งของแกนสะเทิน (Neutral Axis) ต่อความหนาของวัสดุ ใช้สำหรับคำนวณหาความยาวของแผ่นคลี่ก่อนพับ เพื่อให้ขนาดชิ้นงานหลังพับใกล้เคียงกับแบบจริงมากที่สุด

สำคัญอย่างไรในงานพับเหล็ก

  • ช่วยคำนวณระยะแผ่นคลี่ให้แม่นยำ
  • ลดปัญหาชิ้นงานคลาดเคลื่อน
  • ช่วยให้ชิ้นงานตรงตามแบบ Drawing
  • ลดต้นทุนจากการแก้งานซ้ำ

Springback คืออะไร? ทำไมพับชิ้นงานแล้วไม่ได้องศาตามที่คิด?

Springback คืออาการดีดกลับของโลหะหลังพับ เมื่อปล่อยแรงจากเครื่องพับ วัสดุจะคืนตัวเล็กน้อย ทำให้มุมที่ได้กว้างกว่ามุมแม่พิมพ์เสมอ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่า Springback ในงานพับเหล็ก

  1. ความแข็งของวัสดุ วัสดุแข็งมักเกิด Springback มากกว่า
  2. ความหนาของแผ่น ความหนามีผลต่อแรงพับและการคืนตัว
  3. รัศมีการพับ รัศมีพับส่งผลต่อระดับการดีดกลับของชิ้นงาน

ขั้นตอนการคำนวณเพื่อลด Springback

3 ขั้นตอนวิธีคำนวณ และ ลด Springback ในงานอุตสาหกรรม

การพับชิ้นงานให้แม่นยำ ต้องอาศัยทั้งการคำนวณและการตั้งค่าเครื่องจักรที่ถูกต้อง โดยสามารถทำตาม 3 ขั้นตอนดังนี้

1. คำนวณระยะแผ่นคลี่ด้วย K-Factor และ Bend Allowance

ต้องคำนวณระยะแผ่นคลี่ให้เหมาะกับมุมและรัศมีพับ โดยใช้ค่า K-Factor และ Bend Allowance (ค่าความยาวส่วนโค้งของรอยพับ) เข้ามาช่วย เพื่อให้หลังพับแล้ว ชิ้นงานได้ขนาดใกล้เคียงแบบจริงมากที่สุด

2. การเผื่อมุมพับ (Over-Bending)

หลังพับ โลหะจะเกิด Springback หรือการคืนตัวของวัสดุ ทำให้มุมพับจริงกว้างกว่ามุมที่กดด้วยแม่พิมพ์ ดังนั้น ในการพับจึงต้องกดมุมให้แคบกว่ามุมที่ต้องการเล็กน้อย เพื่อให้หลังวัสดุคืนตัวแล้ว ได้องศาตรงตามแบบ

3. การเลือกใช้ V-Die ที่เหมาะสม

V-Die หรือร่องแม่พิมพ์พับ มีผลโดยตรงต่อรัศมีพับ แรงกด และมุมพับ หากเลือกขนาด V-Die ไม่เหมาะกับความหนาและชนิดวัสดุ อาจทำให้มุมพับคลาดเคลื่อน เกิดรอยบนผิวงาน หรือทำให้วัสดุแตกร้าวระหว่างพับได้

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคำนวณระยะพับโลหะ

ค่า K-Factor กับ Bend Allowance ต่างกันอย่างไร?

K-Factor คือ ตัวคูณอ้างอิงที่บอกตำแหน่งแกนสะเทินของวัสดุ ส่วน Bend Allowance คือ ความยาวส่วนโค้งของรอยพับ ต้องใช้ค่ามาคำนวณหาความยาวแผ่นคลี่ทั้งหมด

ใช้ค่า K-Factor 0.45 กับโลหะทุกชนิดได้ไหม?

ไม่แนะนำ เพราะค่า K-Factor แตกต่างกันตามชนิดวัสดุ ความหนา และรัศมีพับ ในงานพับเหล็กต้องการความแม่นยำสูงระดับมิลลิเมตร ควรคำนวณแยกตามวัสดุจริง

สรุป

K-Factor และ Springback เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความแม่นยำของงานพับเหล็ก เพราะเกี่ยวข้องทั้งกับระยะแผ่นคลี่และมุมพับหลังขึ้นรูป หากคำนวณไม่ถูกต้อง อาจทำให้ชิ้นงานคลาดเคลื่อนและเกิดต้นทุนแก้ไขเพิ่มเติมได้ ดังนั้น งานพับเหล็กที่ได้มาตรฐานจึงต้องอาศัยทั้งการคำนวณที่แม่นยำ ความเข้าใจเรื่องวัสดุ และการตั้งค่าเครื่องจักรที่เหมาะสมในแต่ละงาน

ด้วยประสบการณ์ด้านงานพับเหล็กกว่า 50 ปี Surasak Engineering ใส่ใจตั้งแต่การคำนวณ การเลือกเครื่องมือ ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพ เพื่อช่วยลดความคลาดเคลื่อนและเพิ่มความแม่นยำของชิ้นงานในทุกขั้นตอน

มองหางานพับเหล็กที่ได้มาตรฐานต้อง Surasak Engineering
3 จำนวนเข้าชม

© 2024 Company All Rights Reserved. | Terms & Conditions | Privacy Policy | Other Policies